จดหมายส่งตัวกลับ -*-

posted on 28 Oct 2009 19:39 by j-di
 
บ้านเลขที่ 888 หมู่บ้านเจดีแลนด์
อ.เมือง j-di   จ. exteen
รหัสไปรษณีย์ ถาม ป้าเกี้ยง ดูนะ

 

 

วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12

 

 

เรียน  พี่ ป้า น้า อา ลุง น้อง เกี่ยวกันหมด  ที่รักทุกท่าน
เรื่อง   ส่งตัว เจดี j-di กลับบล็อก exteen

 

         เนื่องจาก นายเจดี ได้กลับมาจากไปเที่ยวมาแล้ว แต่จะว่าไป ไม่เหมือนไปเที่ยวครับ
เหมือนไปซื้อของมากกว่า ซื้อถล่มโลก ซื้อเหมือนมีเครื่องปั้มเงินใช้  ซื้อ ๆ ๆ ๆ
ช่วยชาติ และ ช่วยประเทศเพื่อนบ้าน   ส่วนรายละเอียด  จะมาเล่าให้ฟังกันภายหลังครับ
ขอแถลงไขว่า ที่จริงกลับมาตั้งแต่ คืนวันอาทิตย์ที่ 25ต.ค.แล้วครับ
แต่ นาย เจดี สลบ ครับ เพราะ เหนื่อยมากกกกก...(กรุณาลากเสียงยาว ๆ 1นาที) 

สลบไป 1 วัน กว่า ๆ แต่ เหมือน สลบไป 100 ปี และความรุ้สึกเหมือนเป็น เจ้าชายนิทรา
รอ คางคก มาจุมพิศ เพื่อให้ฟื้นคืน พอได้สติ ผมค่อย ๆ คลานลงมาจากเตียง ช้า ๆ
พอคลานลงมาเสร็จ ก็ลากสังขารเข้าไปในห้องน้ำเพื่อ อึ (จะบอกเพื่อ )

และ พอทอดตูดเสร็จ ก็ไปนอนต่อ (เพื่อ 2
)
โอเค พอดีกว่า ชักเริ่มรั่ว      ส่วนเรื่องราว ความเป็นไป ของการไปเที่ยวนั้น
นาย เจดี จะนำมาบอกเล่าเก้าสิบ เล่าสู่กันฟังใน เอ็นทรี่ต่อๆไป ครับ
อยากบอกว่าไปเที่ยวครั้งนี้มีเรื่องเล่าเยอะมากกกก...(ลากเสียงยาว ๆ อีก 2นาที)
เพื่อ 3
สนุก มันส์  ฮา ระทึก หลงทาง โน้นนี้นั้น สนุกจริง ๆ 

       

        จึงเรียนมาเพื่อทราบว่า นาย เจดี กลับมาแบบปลอดภัย ครบทั้ง ตัว และ หัวใจ
โดยที่ไม่เอา หัวใจ ของตัวเองไปทิ้งไว้ที่ใคร หรือ ที่ไหน แต่อย่างใด

และเรียนมิตรรักเพื่อนบล็อกทุกท่าน ให้ทราบว่า นายเจดี จะไปเยี่ยมเยือนบล็อกของทุกท่าน
เช่นเดิม  ครับ 
 

 

 

ด้วยรักและคิดถึง

ลงชื่อ นาย j-di @ exteen
 
 
ขอรับรองว่าเป็นความจริง

ลงชื่อ นาย หล่อดี กับ นาง สวยดี  (ผู้ปกครอง)
 
 
 
 
โอเค จบ  ปิด ซองจดหมาย
 
 
 

หมายเหตุ ส่วนของฝากนั้น จะตามไปทีหลังนะครับ เดี๋ยว จขบ จะหลังไมค์ไปหาเน้อ



ป.ล.1  ไม่มีได้มะ 
ป.ล.2  จะมีทำไม เพราะ ป.ล.1 ไม่มี

ป.ล.พิเศษ  ถึง คุณเพื่อนอีฟ ที่ เพื่อนเหม่ง ไม่ได้รับโทรศัพท์ คงรู้แล้วใช่มะ เพราะ อะไร

ไปดีกว่า  ไปนอนต่อ  คร่อกกกกกกกกกกกกกกกกก    

เจอกัน entry หน้า ครับ  

เจริญสุขกันทุกท่าน  พี่น้อง ชาว exteen

 

 

 
 
บ้านเลขที่ ไม่ทราบ หมู่บ้านเอ็กทีนแลนด์
 อ.เมือง เจดี j-di   จ. exteen
 รหัสไปรษณีย์  ไม่ทราบ ถามสาวยาคูล ดูจ่ะ
 
 
 
วันอังคารที่  20 ต.ค. 2552 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน  12 ปีฉลู
 
 
เรียน    พี่ ป้า น้า อา ลุง น้อง เกี่ยวกันหมด และ ชาว exteen ที่รักทุกท่าน
 
 
            
           เนื่องจาก นาย เจดี มีความจำเป็นต้องเดินทางไปท่องเที่ยว อีกและ
 
จากครั้งก่อนได้ลากัน ไปทำธุระกับท่านพ่อท่านแม่ พอทำธุระเสร็จก็เลยไปเที่ยวต่อ
 
ที่ เมืองรถม้า  พอ นายเจดี ได้กลับมาแบบงง ๆ ก็ต้องมีอันจะต้องออกเดินทางไปอีกแล้ว
 
ครั้งนี้ไม่ได้ไปทำธุระแต่อย่างใด จงใจไปเที่ยวกันตรง ๆ เลย และ การไปครั้งนี้ไม่ได้ไปแบบ
 
ครอบครัวเดี่ยว แบบครั้งที่แล้ว แต่ครั้งนี้ไปเที่ยวกัน ทั้ง ตระกูล จากการจับยาม 8 ตา
 
ของ นาย เจดี คำนวนคร่าว ๆ แล้วว่า น่าจะไปกันไม่ต่ำกว่า 10 คน เป็นแน่แท้
 
สถานที่ ที่ นายเ จดี จะไปเที่ยว ก็คือ จ.ที่อยู่บนสุดแห่งสยามประเทศ ไม่ต้องทายกัน
 
นายเจดี จะอู้เอง ก็คือ จ.เชียงราย ดินแดนล้านนาไทย ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่อง
 
กับ จ.เชียงใหม่ ทางประวัติศาสตร์ (2 จ.นี่เค้าเกี่ยวกันชิมิ )
 
ส่วนแผนการท่องเที่ยวทางผู้ใหญ่ ปิดเป็นความลับ
 
นาย เจดี ไม่สามารถทราบกำหนดการ ว่าจะได้ไป สะหวีวี่วี ที่ แห่ง หน ไหนบ้าง
 
กลับมาแล้วจะมาแถลงไขกันอีกสักรอบ ครับ 
 
 
 
           จากความข้างต้น ดังนั้น นาย เจดี จึงขอลากิจเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 23-25 ตุลาคม 2552
เป็นเวลา 3 วัน เพื่อออกเดินทาง ไปท่องเที่ยวตามประสาคนว่าง 
 
 

              จึงเรียนมาเพื่อใคร่ขออนุญาตมามิตรรักแฟนบล็อก หยุดการไปเยี่ยมเยียน

ที่บล็อกของทุกท่าน เป็นเวลาดังกล่าว (นาย เจดี มีแฟนบล็อกด้วยหรือ ?

ใช่ชิ เราไม่มีใครสนใจ ใครจะไปมีแฟนบล็อกมากมาย เหมือน อีฟซ่า ล่ะ )

ระยะนี้ชาว exteen จะได้อยุ่กับแบบสงบร่มเย็นหัวใจ มากขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ

เพราะ ปราศจาก ความ ป่วง ป่วน ของ นาย เจดี

 

 

ด้วยรักและคิดถึงทุกลมหายใจ

ลงชื่อ นาย j-di @ exteen
 
 
ขอรับรองว่าเป็นความจริงทุกเศษเสี้ยวหัวใจ

ลงชื่อ นาย หล่อดี กับ นาง สวยดี  (ผู้ปกครอง)
 
 

 

หมายเหตุ 1 :ถึง นายเจดี จะไม่ได้ Hot เท่า นางอีฟ ที่มีแฟนบล็อกมากมาย
และ มีแฟนคลับส่วนตัว

ได้ข่าวมาว่า นางอีฟ  ถึงขั้นจะลง สก/สว/สส/สห กันเลยที่เดี่ยว
นาย เจดี ไปลง  อบต /กกน
ก็ได้ เพื่อเป็นการหลีกทางใน นางอีฟ 
และที่มากไปกว่านั้น ตอนนี้ นางอีฟ ยังเปิดตัว เลขา ส่วนตัวอีก มีการมาอัพแทนกันด้วย ชิ
เป็นเรื่องที่น่าหมั่นไส้ แก่ นายเจดี ยิ่งนัก 

 


หมายเหตุ 2 : นาย เจดี รู้สึกว่าช่วงเวลาอันใกล้นี้ จะถึงฤดูหนาว หัวใจ กันแล้ว
ช่วงเดือน พ.ย-ก.พ.ของทุกปี เป็นหน้าหนาว เป็นช่วงที่คนในสยามประเทศ
จะมาเที่ยว ภาคเหนือ กันมากมายยยยยยย
เหมือน แห่ มาดู คอนเสิร์ต แพนด้า เต้นระบำรูดเสา

และการที่มีคนมาเที่ยวภาคเหนือกันเยอะแยะมากมาย ในหน้าหนาว อาจทำให้
หมีแพนด้าอยากหนีกับประเทศจีน  เลยเป็นได้
ยังไม่พอ การที่มีคนมาเที่ยวภาคเหนือกันมาก แฉกเช่น เปรียบเหมือน
กับหมีขั้วโลกเหนือที่กะหายอากาศหนาวเย็น จนตัวสั่นสู้
อีกนิด เมื่อคนมาเยือน ภาคเหนือ มาก ๆ ต้องขอให้ระวังไว้ครับ
เพราะ แผ่นดินภาคเหนืออาจจะทรุดตัวลงได้ 
และด้วยความที่ นาย เจดี เป็นคนเหนือ ก็เลยต้องรีบชิ่งเที่ยวก่อน คนภาคอื่น ๆ ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ
ก่อนจะโดนรวมเชื้อชาติ จากภาค ต่างๆ

 

โอเค จบ  ปิด ซองจดหมาย



ก่อนจบ ฝาก บทกลอน สักบท

เที่ยวเที่ยวเที่ยว    เที่ยวเที่ยว     เที่ยวเที่ยวเที่ยว
เที่ยวเที่ยวเที่ยว    เที่ยวเที่ยว     เที่ยวหนักหนา
เที่ยวเที่ยวเที่ยว    เที่ยวเที่ยว     เที่ยวอุรา
เที่ยวเที่ยวเที่ยว    เที่ยวหนักหนา  กันไปเลย
วงเล็บที่ 1 (ไป เลย หรอ บ้าดิ เจดี ไป เชียงราย เหอะ )
ขอไว้อาลัย ให้กับ กลอน เน่า ๆ บทนี้  1.00000 วิ 
วงเล็บที่ 2  ( นาย เจดี เป็นคนถี่ถ้วน เลยต้องมีจุดทศนิยม )
วงเล็บที่ 3  ( ถี่ถ้วน เป็น น้องของ ละเอียด )

ป.ล.เฉพาะกิจ
ผู้อ่านเข้าใจมุข ใช่ไหม ครับ  ?
ถ้าไม่เข้าใจ ผ่านไปได้ ไม่ต้องเครียดนะ ไม่ต้องเครียดครับไม่ต้องเครียด
สรุป เราผ่านมุขนี้กันไปดีกว่าเนอะ   อ่ะจบ





ป.ล.1 ได้ข่าวว่า นาง อีฟ จะไม่กลับมาแล้ว เพราะ คงจะติดใจ อะไรๆๆๆๆๆ ที่ กทม มากมาย คงมีแฮงเนอะ

ป.ล.2 ถึง ป้าเกี้ยง ของหลาน เจดี ที่รัก ขอบคุณสำหรับ การรีทัช ภาพ อันแสน ฮาาาาาาาาาาา
หลานเจดี ยังหัวเราะจนบัดเดี๋ยวนี้  คิดถึงภาพที่ไร ฮาทุกทีซิ 555555+

ป.ล.3 ประกาศคนหาย ใครพบ คุณโลกมืด กรุณาแจ้ง นาย เจดี กับ ป้าเกี้ยง ด่วนที่สุด
เพราะหายไปแบบไม่บอกกล่าว

ป.ล.4 จขบ ไม่ได้ อัพ เช้า นะครับ แต่ ยังไม่ได้นอนเหอะ

ไปดีกว่า

เจอกัน entry หน้า ครับ  

เจริญสุขกันทุกท่านครับ  พี่น้อง ชาว exteen

 

 

ซอมบี้เจได & บิกินี่

posted on 11 Oct 2009 16:18 by j-di

แถลงไขจากเจได (จขบ)
จขบ ย่อมาจาก เจ้าของบล็อก
(ใคร ๆ ก็รู้ ความรู้เท่าเดิมมะ)

ตอนแรก จขบ กะจะอัพเอ็นทรี่ต่อไป วันที่ 15 โน้นนนน ในวัน climate change

แต่ จขบ หรือ เจ้าของบล็อก
(ความรู้เท่าเดิม ครั้งที่ 2)

ได้รับการแพร่เชื้อต่อมาจาก  คุณ elRion 

นี้คือหลักฐานการแพร่เชื้อ  อิอิ
   

 

ซึ่งการได้รับเชื้อดังกล่าว เป็นอะไรที่แอบใฝ่ฝันมานานแล้ว

ว่าจะมีใครการกัด จขบ บ้าง นะ

แต่แล้ว คุณ elRion ก็ได้ประทานความฝันนั้นมาให้กับ จขบ ปลื้มมมมม

 

ที่จริงเคยเห็นแพร่เชื้อซอมบี้ เห็นครั้งแรก ที่บล็อก คุณพี

แต่ผู้เริ่มต้นการแพร่เชื้อ คือ คุณโยจิ นี้เอง 

 และครั้งล่าสุดก่อนจะได้รับการแพร่เชื้อ เห็นจากบล็อก พี่เส่ง  ครับ

 

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

 

ไปดูการรับเชื้อ

 

เลยดีกว่า

 

ครับอ่านผู้ชม

 






Photobucket
 
 
ม่ายอาวววววว น๊าาาาาาาาาาาาา  เค้าไม่ยอมใส่ บิกินี่ละเอออออ
 
ว่าแล้ว จขบ ก็ต้องเลยยอม ในคุณ elRion กัดแต่โดยดี
 
 
Photobucket
โดนกัดแล้ววววววววววววว ชอบบบบบบบบบ   
 
จากนั้นการกลายร่าง เริ่มเปลี่ยนแปลง หึ หึ หึ 
 
 
 
Photobucket
 
 
ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก กลาย ร่างงงงงงงง หึ หึ หึ
 
 
 
Photobucket
 
 
ซอมบี้เจได ปรากฏตัว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
Photobucket
 
 
 
Photobucket
 
 
 
ที่จริงกติกาเขาให้กัดต่อ 3 คน
 แต่
 
จขบ โลภภภภภภภภภภภภ
 55555555555+
 
 3 คน หรอ หึ  น้อยยยยยยยยยยยยยยย ป๊ายยยยยยยย  
 
 
ถ้า เจได จะกัด มันต้องมากกว่านั้นเป็นไหน ๆ 
 
 
อยากรู้มั้ยว่ามีใครโดนกัดบ้าง
 
ก็ดูกันให้เต็ม ๆ ตา ครับพี่น้อง หึ หึ
 
 
 
Photobucket
Photobucket
 
รายนามมีตังต่อไปนี้ เรียงตามลำดับ
 

1. คุณโลกมืด  2. ป้า Freeda  3. คุณเพื่อน eVeZaaa  4. คุณตั้ม  5. คุณโก  6. พี่กิ้ว 7.พี่เกรียงไกร 

8. คุณKuroiketaro 9.ลุง SALEMAN 10. คุณPat 11.คุณNart 12. คุณTae 13. คุณ Kiss

และ   14. คุณ ปราบ ปฐวี          14  คนผู้โชคดี 

หมายเหตุ ท่านใดที่ไม่ได้มีรายชื่อ อย่าเพิ่ง งอน หรือ น้อยใจ ว่า จขบ  ไม่รัก เค้ารักทุกคนแหละ

แต่ถ้าให้ จขบ ตามไปกัดทุกคน จขบ คง วาดตายกันไปเลย  ขนาด 14 หน่อ ที่วาดก็แทบอ้วก

เพราะ ทางวาดมากกว่านี้  จขบ  อาจถึงขั้น  ออก บวช ได้  

จขบ อยาก กัด ทุก คน ล่ะ น๊าาาาาาาาาาา  

 

รายนามที่ปล่าวมาท่านทั้งหลายจะต้องโดน เจได กัด 55555+

จะยอมหรือไม่ ? เจได ก็จะกัด (ด้านได้อีก และไม่แคร์สื่อ ) 

 

 โอเคจากนั้นก็ไปดูการกัดและแพร่เชื้อ ซอมบี้ กัน 555+ 

 และไปดูกันว่าจะ เริ่มกัด ใครก่อน อิอิ

 

 

5

 

 

4

 

 

3

 

 

2

 

 

1

 

 

0

 

 

0.14585615789 

(จขบ เป็นคนละเอียด  ติดจากใครวะ  )

 

 

 

Photobucket
 
 
 
Photobucket
 
Photobucket
 
 
 
 
พอกัด ครบทุกคน แล้วววววววว  เจได ก็ เลย มี  
 
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
Photobucket
 
 
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับคนที่โดนกัด และ ท่านผู้อ่าน ฮ่าๆๆๆๆ 
 
ส่วนจะเล่นต่ออย่างไร  อ่านกติกานี้ ครับ
 
 
กติกา : ผู้ใดได้รับ tag นี้ ต้องไปกัดใครก็ได้ใน exteen ต่ออีก 3 คน

จะวาดการ์ตูนการกัดแบบตัวอย่างข้างบนหรือวาดรูปตนเองในสภาพซอมบี้

แล้วระบุชื่อเหยื่อที่คุณกัดด้วยก็ได้

ระบุชื่อ Tags ว่า Tagzombie ด้วยนะครับ  (จาก คุณโยจิ)
 
 
 
 

 

Tag นี้สอนให้ จขบ  รู้ว่า
 

1. ถ้าไม่ยอมให้กัด อาจโดนจับให้ไใส่บิกินี่ได้

2.  เราควรเคารพกติกา กัดต่อ 3 คน ก็พอ อย่าโลถมากแบบ จขบ

3.  ความสามารถวาด การ์ตูน ของ จขบ มีได้เท่านี้เองหรือนี้ 

4.  การวาด 14 หน่อ นั้นยิ่งกว่า การทำธีสีท จบ
เพราะ จะต้องหาจุดเด่นของ 14 หน่อ ว่าแต่คะคนมีอะไรเด่น และก็มีปัญญาวาดได้แค่นั้น

5. เป็น Tags ที่ สนุก มากๆๆๆๆๆๆๆๆ  ใน 8 ภพ    ชอบบบบบบบบบบบบบ

 

 

 

 

ป.ล.1 ขอบคุณ  คุณ elRion  สำหรับ Tags นี้ด้วยครับ  สนุก ๆ จริง ๆ

และ ทำให้ความฝันของ จขบ เป็นจริงครับ

ป.ล.2 ขอบคุณ คุณเพื่อน eVeZaaa สำหรับ เอ็นทรี่ เพื่อนรัก  เพื่อน เจได อ่านแล้ว ร้องไห้ไป 8 ตลบ

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพของเรา   รักคุณเพื่อนมากมาย (รักมากว่าข้าวผัดอีกนะเธอออออออออ

ป.ล.3 วันที่ 15 นี้ จขบ อาจจะไม่ได้มาอัพบล็อก กับ โครงการ  climate change 2009 

เสียดายเป็นยิ่งนัก เพราะ จขบ ต้องไป ทำธุระ กับ ท่านพ่อท่านแม่ ที่ื ตจว 3 - 4 วัน

(ออกเดินทาง วันที่ 13 นี้ ) อย่าลืมคิดถึงกันนะ   <<<<<< (ใครจะมาคิดถึงแกวะ)

ป.ล.4 ใครที่โดนกัด ทำ Tags นี้ด้วยก้ดีนะครับ แต่  ไม่ทำก็ไม่ว่า (กรุณาเสียงแบบสูง ๆ แบบประชด ๆ)

ป.ล.5 ขอให้สนุกกับการแพร่เชื้อกันต่อครับพี่น้อง อิอิ  

 

ไปดีกว่า  เจอกัน entry หน้านะครับ

 

เจริญสุข กับการเป็นซอมบี้ ครับ พี่น้องชาว exteen  

 

 

 

ปรวนแปร...แปรปรวน

posted on 04 Oct 2009 04:12 by j-di

 

ในพจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. 2530

(พอดีเปิดดูความหมายเล่มนี้อ่ะครับ )

ได้ให้ความหมายเอาไว้ว่า

ปรวนแปร  (อ่านว่า ปรวน-แปร)  หมายถึง  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

แปรปรวน  (อ่านว่า แปร-ปรวน)  หมายถึง  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

สังเกตว่า 2 คำนี้ ความหมาย เหมือนกัน

บางท่านก็รู้ความหมายแล้ว
ใช้ครับ คนส่วนใหญ่รู้ความหมายของ 2 คำนี้ดี   

แต่

ก็อาจจะมีคนที่ยังไม่เข้าใจกับคำนี้ อยู่ก็ได้ ?

ทุกสิ่งในโลกนี้ย่อม เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กันอยู่ตลอด เช่น

ความสุข  ความทุกข์    เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ? เปลี่ยน
วันนี้มีความสุข ได้อึ 3 ที   พอ รุ่งขึ้น  มีความทุกข์  อึ  ไม่ออก สักที 


เศร้า   เหงา   เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ? เปลี่ยน
วันนี้เศร้าว่ะเถียงคนไม่ชนะ  พอ รุ่งขึ้น  เหงาว่ะ ไม่มีคนให้เถียงด้วย

ธรรมชาติ สภาพอากาศ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ? เปลี่ยน
วันนี้อากาศดีท้องฟ้าสดใส  พอ รุ่งขึ้น อากาศชั่วมาก ฝนตก ฟ้าครึ้ม ท้องฟ้าร้อง อ๊อด ๆ
(เป็นไงว่ะท้องฟ้าร้อง อ๊อด ๆ) 5555555+

คิดถึง  ไม่คิดถึง  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ? เปลี่ยน
วันนี้ผมคิดถึงคุณจัง  พอ รุ่งขึ้น  ผมไม่คิดถึงคุณและ ผมไปคิดถึง หมา ดีกว่า

รัก   ไม่รัก  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ? เปลี่ยน
วันนี้บอกว่ารัก พอ รุ่งขึ้น บอกว่าไม่รัก  (สรุปว่าจะรักหรือไม่รัก เลือกเอาซักอย่างดีกว่าไหม)

 

 

 

ใจคน  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไหมครับ ?  เปลี่ยน

ใจคน ไม่ได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาธรรดา ๆ  ใจคน มันเปลี่ยนได้ทุกเสี้ยววินาที 
มันเปลี่ยนได้ทุกๆจังหวะการเต้นของหัวใจ

แล้วระหว่าง ใจคน กับ ธรรมชาติ ล่ะ แบบไหน จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ปรวนแปร แปรปรวน  ได้มากกว่ากัน ?

คำตอบ ไม่ยากเลยครับ

ธรรมชาติแปรปรวนมากที่สุด ฉันใด ใจคนก็ปรวนแปรฉันนั้น

เพราะใจคนก็ไม่พ้นกฏแห่งความไม่แน่นอน ของ ธรรมชาติ

ถ้าเรา ใช้ตามอง เราจะเห็นสิ่งที่ แปรปรวนที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น ธรรมชาติ

แต่

ถ้าเราหลับตาและ ใช้ใจมอง  เราจะห็นสิ่งที่ ปรวนแปร ที่สุด ก็คือ ใจ  ของ เราเอง




สำหรับผมตอนนี้ผมกำลังใช้ตามองอยู่

สิ่งที่เห็นก็คือความแปรปรวนของธรรมชาติ

ช่วง 1-2 สัปดาห์ มานี้ ธรรมชาติได้แสดงให้เราได้เห็นแล้วว่า แปรปรวน ขนาดไหน

พายุ  แผ่นดินไหว  น้ำท่วม  ดินถล่ม  ฯลฯ   นี้และครับความแปรปรวนจากธรรมชาติ

ที่ผมใช้ตามอง

และถ้าคราใด

เมื่อผมหลับตา สิ่งที่จะมาเห็นแทน ก็คงไม่พ้น

ความปรวนแปร ของ ใจตัวเองและใจของคนรอบ ๆ ข้าง

 

 

Photobucket

 

 

ลองหลับตาดู   คุณอาจจะเห็นใจของตัวเอง  ที่กำลัง ปรวนแปรอยู่ก็ได้

 

 

แถลงไขเรื่อง ช่วงก่อนที่หายไปจากบล็อคและไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนทุกท่านครับ

หลายท่านอาจจะคิดว่า  จขบ อาจโดน พายุ กิสนา พัดลอยไปอยู่ไหนต่อไหนแล้ว
เพราะ หายไปพร้อม ๆ กับข่าวเรื่องพายุเข้าพอดี

หรือหลายท่าน อาจจะคิดว่า จขบ อาจโดน คลื่นยักษ์ สินามิ ถล่ม บ้านจมไปแล้ว 

แต่

ที่หายไปนานและไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเยียน เพื่อนบ้านชาวบล็อคทุกท่านเหมือนเคย

เพราะ

คอม พัง ครับ  

ขอย้ำอีกครั้งครับว่า  คอม พัง 

เอาไปซ่อมกว่าจะเสร็จก็ เป็น อาทิตย์ ๆ ครับ เพิ่งได้มาไม่นานนี้เอง   เศร้า 

 

แต่สิ่งที่ จขบ ได้เรียนรู้มาในช่วง 1 อาทิตย์ ที่ไม่ได้เล่นเน็ต บล็อค และ MSN

จขบ คิดว่าตัวเอง เป็น โรคออนไลน์แมนเนี่ย   อาการของโรค มีดังต่อไปนี้  ครับ
หมายเหตุ อาการของโรคนี้ จะเป็นไม่เหมือนกันตามแต่ละบุคคลครับ

1. ไม่ได้เล่นเน็ตหรือออนเอ็ม  หนึ่งวัน เริ่มกระสับกระส่าย
2. สอง วัน ผ่านไปเริ่ม หงุดหงิด เริ่มคิดว่าชีวิตนี้โดนตัดขาดจากสังคม
3. สาม วันผ่านไป เริ่มโหยหา การอ่านบล็อคของทุกคน คิดถึง และ คิดถึงเพื่อน ๆ ในบล็อดแทบขาดใจ
4. สี่ วันผ่านไป เริ่ม นั่งเพ้ออยู่คนเดียว บ่นโน้นนี้นั้นไปเรื่อย
5. พอเข้าวันที่ ห้า  เริ่มได้แต่ รอๆๆๆๆๆ  ว่า เมื่อไรจะได้คอมมาสักที นั่งมองหน้าบ้านว่าเมื่อไรคอมจะมา
6. ก็ยังคงรอต่อไป ความรุ้สึกเริ่มไม่มี
7. เริ่มคิดถึงว่า จะไปออก บวช ดี ไหม 

ถ้าทางอาการจะหนักมาก  จขบ นี้ 555555555+

 

แก้ไข นิดหน่อย ครับ  พอดี หลวงพี่ จากบล็อค  บินเดี่ยว : การผจญภัยในผ้าเหลือง

ได้ให้ความเห็นที่ 38 เอาไว้ว่า  " คงเป็น mania กระมังครับ phobia  มันแปลว่าโรคกลัว "

ซึ่งพอ จขบ ได้ทราบดังนั้นแล้วก็เลยขอแก้ไข จาก โรคออนไลน์โฟเบี่ย เป็น โรคออนไลน์แมนเนี่ย

เหตุที่ต้องแก้ไข เพราะ 

mania  คือ อาการ ของ โรค ความบ้า คลั่ง 

phobia คือ อาการ ของ โรค ความกลัว

ดังนั้น จขบ ไม่ได้กลัว ออนไลน์ แต่เป็น บ้า ออนไลน์ ครับ

ขอบคุณ หลวงพี่ ครับ

 

 

วิธีรักษาโรคนี้ ยังไม่มีการรักษาได้เลยครับพี่น้อง ใครมีวิธีรักษา บอก จขบ ทีครับ

พอดีกว่า ขำๆนะครับ 

เดี๋ยวจะตามไปเยื่ยมเยียนทุกท่านเหมือนเดิมนะครับ

และช่วงนี้เริ่มมีสิ่งที่ต้องไปทำมากขึ้นครับ
อาจมา ๆ หาย ๆ  ไปบ้างนะครับ อย่าเพิ่งได้ได้ลืมกัน  เน้อ 


ป.ล.1 ถึงคุณเพื่อน eVeZaaa เจ็บกายนั้นเจ็บปวดแปปเดียวหาย แต่เจ็บใจนี้ซิ เจ็บปวดนานได้อีก
เพื่อน เจได รู้ว่าคุณเพื่อนต้องผ่านไปได้ 

ป.ล.2 ถึงคุณพี่ freeda กับ คุณโลกมืด ครับ  ผมได้รู้แล้วชีวิตเหมือนขาดอะไรไป

ป.ล.3 จขบ มาอัพ ก่อนไป ทำบุญที่วัด ครับ 


ไปดีกว่าครับ เจอกัน entry หน้านะครับ  (ไม่รู้ว่าจะอีกเมื่อไรด้วยซิ)

เจริญสุขกับความไม่ ปรวนแปร กับ แปรปรวน นะครับ พี่น้องชาว exteen

ขบวนการบัวลอย 3 สี

posted on 22 Sep 2009 19:51 by j-di

 

 

Photobucket
Photobucket
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
วิธีเริ่มต้นการสร้าง ขบวนการบัวลอย 3 สี มีดังนี้ครับพี่น้อง 
 
 
 
Photobucket
 
 

1. ไปตลาดไปซื้อ แป้งข้าวเหนียว มาครับ  (ความรู้เท่าเดิม )

บทสนทนาเกิดขึ้น
ใบเตย : แป้งข้าวเหนียวนี้ใครไปซื้ออ่ะ ?
หัวเผือก : จะมีใครก็ท่านแม่ของ จขบ ไง ที่ไปซื้อ
ใบเตย : อ่อท่านแม่นี้เอง
ฟักทอง : แล้ว จขบ ล่ะ ทำไมไม่ไปซื้อให้ท่านแม่
หัวเผือก : หึ หึ  จขบ  น่ะ หรอ ยังนอนไม่ตื่น
ใบเตย&ฟักทอง : ..........
เจได (จขบ) : ZZZZZZZ 
(หลับยังไม่ตื่น)

2. เตรียมใบเตยมาครับ เอาไปสับ และ ตำในละเอียด ๆ
เราจะมาทำบัวลอยสีเขียวจากใบเตยธรรมชาติกัน

3. จากนั้นก็คั้นนำด้วยการบีบๆๆๆๆใบเตย จะได้น้ำสีเขียวออกมา
ในรูปเป็นมือของ คุณแม่ จขบ เอง ทำไมต้องใช้มือบีบ เพราะ สนุกดี 555555+


4. เมื่อได้น้ำสีเขียวจากใบเตยมาแล้ว เราก็เอาแป้งข้าวเหนียวที่ไปซื้อจากตลาดมาใส่ลงไป
(จะบอกทำไมว่าไปซื้อมาจากตลาดใครๆก็รู้)

5. จากนั้นก็ใช้ให้ คุณแม่ ขยำๆๆๆ แป้งให้เข้ากันจะได้สีเขียวอ่อน ดังรูป
(จขบ กำลังถ่ายรูปเลย ขยำแป้ง ช่วยคุณแม่ไม่ได้ )



หมายเหตุ :ส่วนการทำ แป้งสีเหลืองจากฟักทอง และสีขาวเทาจากหัวเผือก นั้น
               จขบ ตื่นมาไม่ทัน  ตอนที่ทำทั้ง 2 สี ครับ

               แต่จากการถามคุณแม่แล้วก็ไม่มีอะไรยากก็ต้ม ๆ ฟักทองกับเผือกให้อ่อนๆครับ
               แล้วก็นำมาบดรวมกันกับ แป้งข้าวเหนียว ครับ 

ใบเตย   : ขอไว้อาลัยให้กับการที่ จขบ ตื่นมาไม่ทัน ตอนที่ทำแป้งทั้ง 2 สี
ฟักทอง : ไว้อาลัย
หัวเผือก : 1 วิ

 

 

Photobucket
 

6. พอเสร็จแล้วเราก็จะได้แป้งทำขบวนการบัวลอย 3 สี ครับ (สีสวยเชียววว)
จะสังเกตได้ว่า : แป้งทั้ง 3 สี ใช้สีจากธรรมชาติหมดเลยครับ 


7. จากนั้นก็ปั้นเป็นกลม ๆ คงไม่ยากใช่มั้ยครับ แค่ ปั้นลูกกลม ๆ น่ะ  อิอิ

ตอนปั้น จขบ ขอสารภาพว่า ปั้นได้สีเดียวคือ สีเขียว นอกนั้น คุณแม่ปั้นเองหมด
ปั้นเก่งมาก ๆ รวดเร็ว ชนะเลิศ

ด้วยเหตุการที่ปั้นเฉพาะ สีเขียว จขบ ก็ให้เป็นหัวหน้าวง ขบวนการบัวลอย 3 สี ซะ 555+

ระหว่างนั้น บทสนทนาเกิดขึ้น
คุณแม่ : คุณลูก คะ ปั้นช้า ๆ แบบนี้จะไปทำอะไรกินคะ ?
เจได(จขบ) : ก็ไม่ทำไงครับคุณแม่ เพราะ คุณแม่ต้องทำให้กินอยู่แล้ว

คุณแม่ : เจริญค่ะคุณลูก


8. พอปั้นครบทั้ง 3 สี แล้ว ก็นำไปต้มในน้ำร้อนครับ ต้ม ๆ หรือใครจะกินดิบ ๆ ก็ไม่ว่ากันครับ

9. พอต้มเสร็จแล้วก็นำเอาขึ้นมาพักไว้ครับ  ถ้าสังเกตดี ๆ ขนาดบัวลอย จะมีขนาดใหญ่ยักษ์
ความใหญ่นั้นเทียบเท่าลูกชิ้นได้เลย เหตุที่ต้องทำใหญ่ ๆ
คุณแม่บอกว่า : "จะไปทำลูกเล็กๆทำไม ทำลูกใหญ่ดีจะได้อิ่มไว ๆ"
คุณลูก : ...............

 

Photobucket
 
10. จากนั้นเราก็หันมาเตรียมน้ำกระทิ สังเกตจากรูป คุณแม่ จขบ ไม่ใช้ กะทิกล่อง นะครับ
เพราะคุณแม่ว่า "ใช้การคั้นน้ำกะทิจากมะพร้าวเองดีกว่าธรรมชาติดี" ซึ่ง จขบ ก็เห็นดีด้วย


11. เมื่อคั้นนำกะทิเสร็จแล้วเราก็เอาไปตั้งไฟต้ม  ครับ

12. จากนั้นก็เอาบัวลอยลูกใหญ่ยักษ์ที่ได้ต้มและพักเอาไว้มาต้มกับน้ำกะทิครับ
ไม่เห็นจะยากเลยใช่มั้ยครับ  แต่ที่ยาก คือ ตอนปรุงรส เพราะ จขบไม่อาจบอกท่านผู้อ่านได้ว่า
ต้องใส่น้ำตาลเท่าไรกี่ซ้อน หรือเท่าไร ยังไง ? เพราะ คุณแม่ ของ จขบ กะเอาครับค่อยใส่ ๆ
และชิมไปเรื่อยๆว่าหวานพอดีหรือยัง อร่อยหรือยัง ประมาณนั้นครับ

และที่สำคัญไม่ได้ทำน้อย ๆ ด้วยทำเป็นหม้อ ๆ แจก 3 บ้าน 8 บ้าน

13. แล้วก็รอจนเดือด ก็เสร็จครับ กินได้เลย
หรือ ใครอยากจะกินไข่หวานด้วย
ก็ใส่ไข่ลงไปเลยตอนก่อนที่จะเริ่มต้มบัวลอยกับน้ำกะทินะครับ  
เห็นมั้ยครับว่าง่ายดายเป็นที่สุดกับการทำขบวนการบัวลอย 3 สี ไม่เห็นจะยากเลยว่าป่ะครับ




Photobucket
 
 
เสร็จแล้ว ก็กินบัวลอย 3 สี กันได้เลย   น่ากินใช่มั้ย อิอิ
 
 
ความดีทั้งหมดนี้ต้องยกให้ คุณแม่ ของ จขบ ครับ
เป็นคุณแม่ที่น่ารักยิ่งชอบทำของกินให้คุณลูกเสมอๆ
 
 
 
 
นั้นล่ะครับจุดกำเนิดของ ขบวนการบัวลอย 3 สี  อิอิ 
 
 
 
 
 
 
แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ กินขนมหวานแบบไทย ๆ แบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร ?
 
ลืมรสชาติความเป็นขนมไทยกันไปแล้วหรือยัง ?
 
พวกเรามัวไปกินขนมหวาน ชาติอื่น ๆ กันมานานเกินไปหรือเปล่า ?
 
 
ขนมไทยนั้นมีเสน่ห์ไม่ยิ่งหย่อนน้อยไปกว่าขนมชนชาติใดเลย
 ลองกลับไปกินขนมแบบไทย ๆ ดูกันอีกสักครั้ง ไม่แน่ว่า รสชาติของขนมนั้นจะทำให้
เรารักความเป็นขนมไทยมากขึ้นครับ
 
 
อย่าให้กาลเวลาพลาก ขนมหวานแบบไทย ๆ เราหายไปกับยุคสมัยใหม่เลยครับ
 
ไม่แน่อนาคตลูกหลานของเราอาจจะดูได้แต่ภาพขนมไทย
 
โดยที่ไม่ได้มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของขนมไทยเลยก็เป็นได้
 
 

 

 

หมายเหตุ  เคยไปอ่านเจอมาว่า ขนมบัวลอย ถ้ามีครบ 3 สี  จะเรียกอีกอย่างว่า  ขนมบัวลอยชาววัง ครับ

 
ป.ล.1 จขบ เคยไปกินขนมบัวลอยในห้างชื่อดัง(ไม่ขอเอ่ยนาม)อยากจะบอกว่าสุนัขไม่รับประทานเลยครับ
 
ป.ล.2  การทำขนมบัวลอยที่เอามาให้ชมกันนี้ จขบ ทำกับ คุณแม่ มาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. แล้วครับ 
แต่ก็เพิ่งจะมาอัพ  (อัพช้ามากกกกกก
 
ป.ล.3  หลังจากเจอ  200 คอมเม้นต์ ในเอ็นทรี่ที่แล้ว จขบ ก็หายสาบสูญไปจากการอัพบล็อค
ของตัวเองไปนานมากกกกกกกกกกกกก  (ไม่เคยสำนึกได้ )
แต่ ตัว จขบ ก็ยังไปวนเวียนอยู่บล็อคทุกท่านเช่นเดิม อิอิ
อีกนิด  จขบ  ได้ทำการตาม คอมเม้นต์  ไปหมดแล้วนะครับ ไม่ทราบว่าจะตกหล่นไปบ้างหรือมั้ย
ต้องขอขอบคุณทุกความเห็นอีกครั้งนะครับ  ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ 
 
 
เจอกัน entry หน้านะครับ ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานอีกมั้ย แต่คิดว่าไม่นานครับ ( เอาให้จริงๆเถอะ )
 
เจริญสุขกับการกินขนมไทยนะครับ พี่น้องชาว exteen
 
 
 
Photobucket

คำเตือน  entry นี้มีแต่ตัวหนังสือและยาวมากได้อีกครับ

ยาวได้โล่ ยาวได้อี๊กกกกกกกก  จริง ๆ นะ

แต่ถ้าไม่อยากอ่านก็เลื่อนไปข้างล่างเลยก็ได้นะครับ

........................................................................................................................................................

 สัมภาษณ์  จขบ สักหน่อย  

 ใครถาม     : แล้วได้ไอเดียนี้มาจากไหน ?
อยากตอบ   : พอดีเห็นพี่ ๆ ในบล็อกเขาทำกันมาหลาย ๆ ท่านแล้ว เลยอยากทำบ้างครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด พี่บองเต่า เป็นคนเริ่มไอเดียนี้ครับ ต้องขอขอบคุณพี่บองเต่าด้วยครับที่ได้คิดไอเดียนี้ขึ้นมา
และก็ยังมีท่านอื่น ๆ ที่เขียนความจริงอีกหลายเรื่อง ต้องขออภัยที่ไม่ได้กล่าวถึงหมดทุกท่านนะครับ

ใครถาม      : ทำไม จขบ ถึงคิดจะอัพความจริงเรื่องนี้ ?
อยากตอบ   : ก็เป็นเพราะจากสังเกตตัวเองและคนอื่น ๆ ว่า เวลาไปอ่านบล็อกคนอื่นตัวเราจะเป็นยังไง

ใครถาม      : แล้วคิดว่าความรู้ที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้จะ ความรู้เท่าเดิม หรือเปล่า ?
อยากตอบ   : เรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ต้องลองไปอ่านดูก่อน แต่คิดว่า ความรู้เท่าเดิม ครับ 

ใครถาม      : จขบ คิดว่าจะมีคนอ่านจนครบ 50 ข้อหรือไม่ครับ ?
อยากตอบ   : ผมว่าครบนะครับ เพราะชาวบล็อก exteen ชอบอ่านอยู่แล้วเนอะ
เคยที่การสำรวจมาว่า คนไทยโดยเฉลี่ยต่อคน  1 ปี จะอ่านหนังสือ ประมาณ คนละ   6 บรรทัด
แต่ผมคิดว่าค่าเฉลี่ยการอ่านของบล็อกชาว exteen มากกว่านั้นเยอะ

ใครถาม       :
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
อยากตอบ    : ขอเชิญรับชมและอ่านได้เลยครับ

 

โปรดเตรียม ยาดม ก่อนอ่าน ท่านอาจเป็นลมได้  

 

50 ความจริงเวลาอ่านบล็อกคนอื่น

 

1. เมื่อเข้าไปอ่านจะใช้เวลาในการอ่านไม่น้อยกว่า 5 นาที ไม่เกิน 15 นาที
แล้วแต่ความยาวเรื่องที่อ่าน ณ. ตอนนั้น

2. ถ้าใช้เวลาอ่านเกินกว่านั้น ความพิจาณณาการอ่านภาษาไทย ของตัวเองอย่างเร่งด่วน

3. เมื่อเข้าคราใดเข้า exteen เมื่อนั้นจะต้องรีบไปสำรวจ fav.ของตัวเองว่า
มีใครอัพเรื่องใหม่อะไรบ้าง

4. พอไปสำรวจ fav.แล้ว ก็จะรีบตามไปอ่านทุกครั้งไป...เหมือน...โดนสะกดจิต

5. ถ้าบล็อกไหนขึ้น Hot ต้องเปิดเข้าไปอ่านก่อนเช่นกัน แต่บางคนยังไม่เปิดดูเรื่อง Hot หรอก
เพราะฉันต้องตามไปอ่าน fav.ของ ฉัน ให้หมดก่อน
 

6. บางคนแอดfav.ไว้เยอะมากมายจนอ่านไม่ทันก็เนียน ๆ ไม่อ่านกันไป

7. และก็บางคนอีกใช้เวลาทั้งชีวิตในการอ่าน fav. ของตัวเองหรือบล็อกอื่น ๆ
แบบเอาเป็นเอาตาย จนไม่มีเวลามาอัพบล็อกของตัวเอง 

8. เมื่อเข้าไปอ่าน ก็ต้องเลื่อนลงไปดูก่อนว่ามีใครคอมเม้นต์แล้วหรือยัง มีหรือยัง มีหรือยัง
คิดว่าทุกคนเป็น

9. แต่ถ้ายังไม่มีใคร คอมเม้นต์ ก็รีบเหมือนโดนข้าวสารเสก แล้วคอมเม้นต์ตอบว่า
"โอ้วววว ว้าววววววววว คนแรก อิอิ"  หรือ "เย้ ๆ ๆ ๆ คนแรก ขอไปอ่านก่อน"

10. แต่ก็อีก พอตอบว่า "ขอไปอ่านก่อน" บางคนก็หายสาบสูญไปเลย
และไม่กลับมาคอมเม้นต์ต่อว่าที่ไปอ่านน่ะ ได้ความว่าอย่างไรครับพี่น้องครับ
กลับมาบอกกันก่อนได้ไหม ๆ ๆ ๆ

11. หรือบางคน เข้ามาและ แต่วันนี้ฉันเหนื่อยจังเลย งั้นขอติดอ่านไว้ก่อนเนอะ ก็จะตอบว่า
"เดี๋ยวกลับมาอ่านนะจ๊ะ" (แต่ก็ลืมมาอ่านอยู่ดี)

12. บางคนไม่ได้ คอมเม้นต์ คนที่ 1 ยังไง ที่ 2,3,4,5 ก็ดีเนอะ
 ยังไงก็ติด 1ใน5คอมเม้นต์แรก ๆ ออกแนวจิต ๆ นิด ๆ  

13. บางครั้งเมื่อเจอบล็อกที่เขียนยาว ๆ ก็จะเกิดอาการขี้เกียจอ่าน
ทำให้ต้องเนียนไปตอบ คอมเม้นต์ กันก่อนอ่าน

14. แต่ไหน ๆ ก็เข้ามาแล้วถึงยังไม่ได้อ่าน ต้องทิ้งหลักฐานเอาไว้สักหน่อย ด้วย อีโม
แบบนี้  " 
"  หรือ  " "    (รอยยิ้มพิมพ์ใจ)

15. การทิ้งหลักฐานดังกล่าวเหมือนเป็นการบอก จขบ นัย ๆ ว่า "ฉันเข้ามาอ่านแล้วนะ"  

16. เมื่ออ่านจบแล้วหรือยังไม่ได้อ่านก็ตาม จะต้องมีการลอกข้อสอบกัน
หรือก็คือ การลอกคอมเม้นต์ คนที่ตอบไปแล้ว


17. และถ้า จขบ นั้นปิดคอมเม้นต์ ทำให้เกิดอาการคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่า
" ฉันจะคอมเม้นต์อะไรดี อะไร๊ "  (ไม่มีตัวอย่างให้ลอกนั้นเอง)


18. ส่วนใหญ่บล็อกยอดฮิตที่ชอบอ่านกัน ร้อยละ 80 ก็คงไม่พ้นการ์ตูน

19. เหตุผลที่การ์ตูนได้รับความนิยมจากผู้อ่านนั้นก็คงไม่มีอะไรยาก
เพราะอ่านง่าย ตลก สนุก ขำ และ ฮาาาาาา

20. ร้อยละ 10 บล็อกที่ผู้อ่านชอบ จะเป็นบล็อกที่มีภาพประกอบเป็นรูปถ่าย
และมีคำบรรยายประกอบเรื่อง ทำให้เกิดสุนทรียะในเวลาอ่านยิ่งนัก

21. ร้อยละ 5 บล็อกที่ผู้อ่านชอบ จะเป็นบล็อกที่มีตัวหนังสือ เยอะ ๆ ๆ ๆ  ยิ่งยาวยิ่งดีชอบ
หนอนหนังสือชอบอ่านนักแล

22. ร้อยละ 3 เป็นผู้อ่านที่ชอบอ่านหมด แบบไหนก็ได้ ยังไงก็ได้ ฉันอ่านได้ทุกประเภท

23. ร้อยละ 1.5 ไม่ชอบอ่านซักเท่าไร หรือไม่ก็ไม่อ่านเลย  ไม่แคร์สื่อ
(จะอัพบล็อกของตัวเองอย่างเดียวจะมีอะไรไหม๊)

24. ร้อยละ 0.5 จะเป็นแบบอ่านเฉพาะกลุ่มกันไป และ อื่น ๆ
(ถ้าอยากเข้าไปอ่านด้วยจะว่ากันป่ะอ่ะ)

25. เมื่อเข้าไปในบล็อกคนอื่นแล้วแต่ยังไม่อ่าน บางคนอาจจะใช้วิชามาร นั้นคือการถามเพื่อน
"เฮ้ยแกเข้าไปอ่านบล็อกนั้นแล้วยัง เขียนเรื่องไรหรอ" (ที่ถามเนี่ยเพราะขี้เกียจอ่านใช่มั้ย)

26. เมื่อบอกเพื่อนไปแล้วว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่ ก็ยังไม่รู้จะตอบคอมเม้นต์ว่าไงอีก
สรุป ก็ต้องคิดคำตอบให้อยู่ดี ขอบใจ นะ ขอบใจ  

27. เมื่ออ่านบล็อกคนอื่นจบบางครั้งอาจจะมีความรู้สึกว่า จขบ นั้น
"อัพเรื่องอะไรว่ะเนี่ย ไม่รู้เรื่อง"

28. สังเกตว่า ถ้าบล็อกไหนมีรูปถ่ายสวย ๆ การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
" ว้าวววว รูปถ่ายสวยจังเลยยยย ครับ/ค่ะ "
(ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่ว่าสวย ๆ น่ะ มันสวยจริงๆหรือเปล่า)

29. สังเกตอีกว่า ถ้าบล็อกไหน เป็นรูปถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนานา
การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
" โหหหห น่าไปเที่ยวจังเลยยยย ครับ/ค่ะ "
(ก็ไม่ทราบเหมือนกันอีกว่าอยากไปเที่ยวกันจริงหรือป่ะจ๊ะ)

30. ยังสังเกต  ถ้าบล็อกไหน เขียนเรื่อง How to,DIY,CG,Painting
การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
" สวยมากกกกกก,เยี่ยมมมมม,สุดยอดดดด,เจ๋งงงง,สุโค๊ยยยยยยย "
บางครั้งอาจมีคำต่อท้ายไปอีกว่า มากมาย,ได้อีก

31. ยังสังเกตอยู่ ถ้าบล็อกไหน  เขียนเรื่อง ตลก ๆ ขำ มุกเยอะ ๆ
หรือ เรียกเสียงหัวเราะ จนผู้อ่านตกเก้าอี้ได้ การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
"55555+ (เห็นเบอร์ 5มาแต่ไกล),กร๊ากกกกกกก,ขำอ่ะ ขำ ๆ ๆ ๆ ,
ฮามากมาย, คิดได้ยังไง๊ ครับ /ค่ะ  "

32. ยังไม่เลิกสังเกตอีก  ถ้าบล็อกไหนเขียนเรื่อง อาหาร และ มีรูปอาหารมาลงให้ดู  
การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
"อร๊ายยย น่ากินจังเลย น่ากินจังเลยยย , เห็นแล้วหิวววว เห็นแล้วหิวเลยยย"
 (ถ้ามาอ่านรอบดึกก็จะหิวรอบดึก)


33. เมื่อไรจะเลิกสังเกตสักที  ถ้าบล็อกไหนวาดการ์ตูน เขียนการ์ตูน  
การตอบคอมเม้นต์ยอดฮิต จะเป็นแบบนี้
"การ์ตูนน่ารักจังเลย ครับ/ค่ะ , สวยดีเนอะ ครับ/ค่ะ, ลงสีสวยจังเลยยยย"
(แต่ถ้าเรื่องประกอบการ์ตูนดีและฮาด้วย มีเข้า Win)


34. เมื่ออ่านบล็อกจบแล้ว กำลังจะ คอมเม้นต์ แต่ ตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นว่า
คนที่ คอมเม้นต์ ก่อนแล้ว ให้ดาวแดงกันด้วย หลายคน นั้นเอาแล้วไง

ทำให้เกิดความกดดัน ก็ต้องกด น้องดาวแดง ให้ไป

35. แต่โดยใจจริงก็ไม่ได้อยากให้ซะหน่อย นี้แหละ คือ ความกดดันจากดาวแดง
ที่ฉันต้องพบต้องเจอ เมื่อพบเจอดาวแดง
ดาวแดง ๆ ๆ ๆ  ดาวแดงงงงงงงงงง  กดดันก้นบึ้งหัวใจฉันยิ่งนักกกก
(แต่ถ้าเรื่องไหนดีก็ควรจะให้เขานะครับ)

36. เมื่อเข้าไปอ่านจะต้องไปเช็คกระแส คนคอมเม้นต์  ก่อนว่า
ฮาป่ะ? ตลกมั้ย? ให้ข้อคิดหรือเปล่า? เรื่องน่าสนใจไหม ?
ถ้าโดน ฉันจะขึ้นไปอ่าน

37. เมื่อเข้าไปอ่านแต่เจออีกว่า โอ๊ะ เรื่องยาวแหะ ทำไงดี ทำไงดี
จะไปเนียนตอบคอมเม้นต์ก่อนก็  ดูไม่งาม ดูไม่น่ารัก

38. งั้นต้องงัดวิชามารขั้น 2 นั้นคือ การอ่านแบบ Sketch Design
หรือ เข้าใจง่าย ๆ คือ การอ่านแบบคร่าว ๆ ว่าเรื่องประมาณไหน จะได้คอมเม้นต์ ถูก

39. เมื่อเข้ามาแล้วยังไม่ได้อ่าน อ่ะงั้นไปลอก คอมเม้นต์ ดีกว่า เสร็จโจร
 แต่พอลอกเสร็จ อ้าวเฮ้ย จขบ นั้นพูดเรื่องเพลงนี่หว่า
ทำไมคนนั้น คอมเม้นต์ ว่า "แต่งกลอนเพราะจังเลยยยยยยยยย"
(สรุปพี่ท่านไม่ได้อ่านและมั่วใช่มั้ยครับ)

40. เมื่ออ่านบล็อกเสร็จและเราจะพบ บุคคลอยู่  2 ประเภท เป็นประจำ

41. ประเภทที่ 1 บุคคลตอบ คอมเม้นต์ ยาวมากกกกกก  ยาวเกิ๊นนนนน จะยาวเอาโล่หรือครับ
ยาวมากจน ก๊อบมาลงได้ 1 entry หรือ ได้ถึง 3

42. ประเภทที่ 2 บุคคลตอบ คอมเม้นต์ สั้น  ความสั้นนั้น  ดังตัวอย่างนี้  " อืม... "
(สั้นไปไหมครับ มันทำให้ จขบ นั้นๆ ใจหาย
)

43. เรื่องอัพบล็อกที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากนัก คือ เรื่อง ส่วนตัว เช่น
วันนี้ไปกินข้าวมา ท้องเสียจังเลย นอนไม่หลับ อึไม่ออก ตดไม่ดัง  
(ขอบคุณที่มาบอกกันนะ ออกแนวเรียวลิตี้มาก ๆ ) ส่วนตัวเกิ๊นนนนนนนน

44. เมื่อเข้าไปอ่านบางบล็อกพอเราเข้าไป คอมเม้นต์ เอ๊ะ ทำไมรู้สึกว่าเราแปลกแยกว่ะ
พอดูไปดูมา  ก็ถึงบางอ้อ  เขาคุยกันกับเพื่อนเขาเราไม่เกี่ยว
เราก็ต้องรีบหลีกออกมาจากบล็อกนั้นซะ ก่อนโดนประชาทัณฑ์

45. เมื่ออ่านบล็อกจบแล้วถ้าไม่เข้าใจ ๆ เรื่องจริง ๆ ควรถาม จขบ นั้น ๆ ไปตรง ๆ ไม่ควรเนียนคอมเม้นต์ นะจ๊ะ

46. เมื่อรู้สึกว่าเราอ่านไม่ไหวแล้วควรหยุดอ่านไป ไม่ควรฝืนอ่านต่อ เพราะเวลาตอบอาจจะเบลอได้
เช่น ตัวอย่างนี้ วงดนตรี ป้ายแดง วงนี้เพลงเพราะดีเนอะ
แต่ความจริง ป้ายแดง เป็นชื่อเพลง ไม่ได้เป็นชื่อวง  (ไปนอนหลับพักผ่อนซะนะ)


47. ถ้าคิดว่า อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดหงุ่นง่าน ผลมาจากทะเลาะกับแฟน
ไม่ควรมาอ่านบล็อกคนอื่น ๆ เราอาจใส่อารมณ์ลงไปได้ 
(ถ้าบล็อกนั้นเขียนเรื่องรักๆด้วยและก็ จิตแตก ไปกันใหญ่ ต้องระวัง ต้องระวัง)

48. เมื่อจะเข้าไปอ่านบล็อกคนอื่น ๆ  เราต้องทำให้สบาย ๆ ผ่อนคลาย เราจะได้อ่านสนุก ๆ  นะ ตั้งนะโม 3 จบ ยิ่งดี

49. เมื่อเราอ่านบล็อกคนอื่น ๆ มาก ๆ จะทำให้เราเห็นมุมมองต่าง ๆ มากมาย เรื่องราวที่เรารู้ อาจยังไม่มากพอ
เท่ากับการอ่านเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ๆ

50. เมื่อผู้อ่านท่านใด อ่านมาถึงข้อนี้ได้ ผม ในนาม จขบ ของ กราบบบบบ งาม ๆ 1 ที 
เพราะ ท่านมีค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือ มากกว่า 6 บรรทัดแล้ว

50.1 ขอไว้อาลัยให้กับผู้ที่ได้ประพฤติตัวดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นเวลา  1 วิ


 

สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่าน และ เลื่อนลงมาถึงบรรทัดนี้ก่อน 

ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไรนะครับ  ไม่ต้องซีเรียส

ไหน ๆ ก็เข้ามาแล้วเนอะ Comment ทิ้งหลักฐานนนนน 

เอาไว้นิดนึงก็ได้นะครับ            

 

 

 

ป.ล.1. วันนี้เรื่องเขียนยาวมากได้อีก

ป.ล.2. 50 ข้อนี้ที่กล่าวมา  จขบ ไม่เค๊ย ไม่เคยยยยยยยยยย ทำเลย นะ  55555555+ 

ป.ล.3. คุณเพื่อนอีฟ,คุณพี่ freeda,คุณโลกมืด,คุณตั้ม,คุณโก,คุณอุ๊ย,พี่เกรียงไกร,พี่กิ๊ว

และอีกหลายท่าน ๆ  ทุกท่านเคยเป็นแบบนี้กัน หรือ ไม่ ?

(แต่คิดว่าน่าจะเป็นกัน และ คงจะเป็นกันบ่อย ๆ 5555555+)

 

ไปดีกว่า เจอกัน entry หน้า

เจริญสุขกับการอ่านบล็อกคนอื่น ๆ กัน มาก ๆ นะครับ พี่น้องชาว exteen

 

รัก มี นัย(ยะ)

posted on 06 Sep 2009 04:51 by j-di

บอกกล่าวจาก จขบ สักหน่อย

เมื่อ entry ที่แล้วสร้างปรากฎการณ์การอัพบล็อกแบบมีสาระได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจตัวเองยิ่งนักครับ
ไม่คิดว่าตัวผมเองจะมีสาระมากได้ขนาดนั้น (แต่จริง ๆ เป็นคนไม่มีสาระ เอ๊ะยังไง งง คำพูดตัวเอง)
วันนี้ก็อีกครับไม่รู้ว่าเรื่องที่อัพจะมีสาระอีกหรือไม่ แต่คิดว่าน่าจะมี  (คิดว่ามี)

มา entry นี้ก็ยังไม่พ้นเรื่องความรักอีก กระแสความรักในบล็อกของหลาย ๆ ท่านกำลังอบอวล
ขออัพเรื่องเกี่ยวกับความรักอีกสักครั้งจะเป็นไรไป (ใครห้ามอัพล่ะ
)

............................................................................................................................................


เข้าเรื่อง รักมีนัย(ยะ) หลายท่านอาจส่งสัยว่าหมายถึงอะไร

รักมีนัย = Love Me Not = หนังรักโรแมนติกดราม่า สะเทือนอารมณ์รัก กดดันถึงก้นบึ้งของหัวจิต
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องแปลชื่อหนังเป็นภาษาไทยว่า รักมีนัย ดูจากชื่อหนังแล้วไม่น่าแปลเยี่ยงนั้น

จะไปคิดอะไรมากขนาดชื่อหนัง The Classic ยังแปลเป็นชื่อไทยว่า  คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต   
สรุป  เพราะชื่อหนังเค้าก็ต้องตั้งไปให้เหมาะสมกับเนื้อเรี่องนั้น ๆ ไป   เข้าใจกันเนอะ 

ส่วนคำว่า
(ยะ) ที่อยู่ในวงเล็บ  ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ยะ ก็คงหมายถึง นะยะ (รู้สึกความรู้เท่าเดิม)

เข้าเรื่องจริงๆ สักทีเถอะ

รักมีนัยยะ แปลตรง ๆ เลยคือ ความรัก ที่แฝงความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

ความรัก เป็นอะไรที่ เข้า ใจ ยากจริง ๆ  
ไม่สามารถจะนิยามได้หรอกว่า ความรักคืออะไร  

บางคนอาจว่า ความรักคือ
ความรัก   คือ   ความเข้าใจ
ความรัก   คือ   ความซื่อสัตย์
ความรัก   คือ   ความเชื่อใจ
และ  อีกมากมาย ที่เราจะนิยามหมายหมายของ ความรัก ขึ้นมา
แต่ ทุกความรัก ยอมมีรูปแบบ นิยามของมันเองครับ เราไม่สามารถไปกำหนดทิศทางของความรักได้


Photobucket Photobucket

 โปสเตอร์หนัง Love Me Mot ทั้ง 4 แบบ

 

ก็เหมือนกับหนังเรื่อง Love Me Not นี้  ที่เป็นความรักอีกนิยาม อีกรูปแบบหนึ่ง

ความรักของหนังเรื่องนี้  เริ่มต้นด้วย  การหลอกลวง  แต่จบลง ด้วยความรัก

พระเอก เป็นคนไม่ดี  หรือ จะพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ เลว
นั้นเอง   มีนิสัยเพลย์บอย อารมณ์ร้าย
นางเอก เป็นคนเก็บกด มีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเอง อารมณ์ร้าย แต่ อ่อนไหว
และเหตุผล ก็คงเพราะ  เธอ ตาบอด เลยทำให้เธอต้องเป็นคนแบบนั้น

แต่ความรักก็ทำให้ 2 คนนี้เปลี่ยน

เปลี่ยนคนเลว กลายเป็นคนดี      
เปลี่ยนคนเก็บกดกลายเป็นคนที่ไม่เก็บกด

ความรักมีอิทธิพลมากกับใจมนุษย์จริง ๆ นะครับ

แล้วความรักมีนัยยะ ยังไง


ก็เพราะความรู้สึกของพระเอกที่เก็บงำความรู้สึกที่ค่อย ๆ เริ่มรักไปเรื่อย ๆ โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
ปากก็บอกว่าไม่ได้รัก แต่ข้างในใจน่ะรัก  แบบนี้ล่ะคือ ปากไม่ตรงกับใจ
ส่วนนางเอก ก็เก็บงำความรู้สึกตัวเองเหมือนกันว่าก็รักนะ แต่ก็ข่มตัวเองเอาไว้ว่า เขาก็เป็นแค่ พี่ชาย

ผมไม่อยากจะพูดถึงหนังเรื่องนี้มากนัก เพราะ ผมว่าต้องไปดูเอง ดีกว่า
(ขี้เกียจเล่าว่างั้น )

 

Photobucket

 ภาพประทับใจจากในหนัง ทั้ง 4 ภาพ และ ทั้ง 4 ห้องหัวใจ ของ จขบ

 

คำพูด 1 ล้าน คำ ไม่อาจสามารถอธิบาย ภาพ 1 ภาพได้ เท่ากับการดูด้วยตาและด้วยหัวใจของตัวเอง

คำว่ารัก  100  คำ  ก็คงไม่สามารถอธิบาย ความรู้สึกทั้งหมดในใจได้ นอกจากการกระทำ

 

ต้องขอบอกก่อนว่า ผมไม่ได้บ้าดูหนังเกาหลี แต่ พอผมได้ดูเรื่องนี้แล้ว

ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักที่ดีที่สุดที่ผมเคยดูมาเลยทั้งชีวิตของผม

ถ้าถามว่าหนังรักที่คนส่วนใหญ่ชอบกันคงน่าจะเป็นเรื่อง The Classic

เป็นหนังรักในตำนานจริง ๆ เป็นหนังรักสำเร็จรูปที่ทุกคนชอบ

ผมก็ดูครับ ผมก็ชอบ และก็ทำให้ผมเสียน้ำตาได้เหมือนกัน

ถึงเรื่อง Love Me Not นี้  ถึงจะไม่ได้ดูแล้วสำเร็จรูปในตัวเอง
แต่เป็นหนังรักที่ทำให้เราสำรวจใจตัวเองว่าเราต้องการความรักไปทำไม
เรื่องนี้ทำให้ผมชอบมาก และ ที่สำคัญ ผมไม่เคยร้องไห้มากขนาดนี้ คือ ร้องไห้แบบสะอื้น
 

(เข้าใจใช่มั้ยครับว่าร้องไห้สะอื้นเป็นยังไง )

ผมขอได้ยกพื้นที่ให้กับหนังเรื่องนี้ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำว่า
หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมต้องเสียน้ำตาแบบสะอื้นได้

 

ไหน ๆ จะเก็บเป็นความทรงจำถึงหนังเรื่องนี้แล้ว

ก็ขอทำโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ใหม่

ในแบบของผมซะหน่อยดีกว่า

 

ไปชมกันเลยครับ

 

 

Photobucket

Poster  Love me not  (remake)  Design  By j-di

 

Concept  :  ในการทำก็ไม่มีอะไรมากครับ   " เธออยู่ในใจเขา เขาอยู่ในใจเธอ "
เขาและเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความรักให้ซึ่งกันและกันไปแล้ว

ดูโปสเตอร์ที่ตัวเองทำ ดูไปดูมา เหมือน ตำนานรักดอกเหมย ยังไงไม่รู้ครับ

และถ้าสังเกตดี ๆ โปสเตอร์นี้ พระเอกจะไม่สูบบุหรี่ เพราะ พระเอกจะได้สุขภาพดีขึ้น 555555555 +

และที่สำคัญโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ก็สวยได้อีก โปสเตอร์นี้เลยดูหมองลงไปถนัดตา  

 

ไปฟังเพลงประกอบหนังกันดีกว่าครับ มี 2 เพลง  (แต่ถ้าไม่อยากฟังก็ไม่ว่ากันครับ )

1. Sunshine (Love Me Not OST)


 

2. Love Is An Affair (Love Me Not OST)




Love Me Not (2006)

ชื่อไทย เลิฟ มี น็อท...รักมีนัย
ชื่ออื่นๆ Sarang-ttawin piryo-eopseo
ประเภท Romance / Drama
วันที่เข้าฉาย 26 เมษายน 2550 / ฉายในประเทศไทย
ความยาว 119 นาที
กำกับและเขียนบทโดย   Lee Cheol-Ha
นำแสดงนำ โดย   Moon Geun-Young / Kim Ju-Hyeok

ข้อมูลภาพยนตร์   ข้อมูลจาก Siamzone

 

ป.ล.1 ขอมอบ entry นี้ ให้กับหนังเรื่อง Love Me Not ด้วยหัวใจ

ป.ล.2 ไม่ว่าจะมีความรักอีกหรือไม่ ผม ก็ยังคงรอ รอเพื่อจะได้เจอสักวัน (คงจะเจอ )

ป.ล.3 รักคุดครั้งหนึ่ง รักคุคตลอดไป        จบข่าว


เจอกัน entry หน้า ครับ

เจริญสุขกับ หนังรักโรแมนติก นะครับ พี่น้องชาว exteen

1 Pageview

posted on 02 Sep 2009 02:43 by j-di

Photobucket

 

คุณว่า  Chart  นี้ บอกอะไรเรา ?

 

บางท่านอาจว่า ก็ไม่เห็นจะบอกอะไรหนิ 

 

หรือบางท่าน ไม่เห็นจะมีอะไรก็แค่ Chart

 

 

ใช่ครับก็ แค่  Chart 

แต่สำหรับผม

chart นี้ กำลังบอก อะไรกับผมอยู่

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

ทุกสิ่งในชีวิตย่อมมีจุดเริ่มต้นครับ

ทุกคนปรารถนาอยากถึงจุดสูงของทุกสิ่ง สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ สูงขึ้นและสูงขึ้น

แต่เรากลับลืมอะไรไปหรือเปล่า ?

การที่เราจะไปถึงจุดสูงสุดได้นั้น

เราต้องมีจุดเริ่มต้น

เวลาเรานับเลข คงไม่มีใคร นับ  10 ก่อนหรอกจริงมั้ยครับ

เราทุกคนต้องนับ  1 กันทุกคน

บางคนอาจนับ 100 หรือนับ 1000 เริ่มต้นก็มี

ครับเป็นการเริ่มต้นที่ไวดี และทุกคนก็ต้องการเริ่มต้นที่ไวแบบนั้น

แต่การเริ่มต้นที่ไวแบบนั้น จะมั่นคงได้อย่างไร

ถ้าเราค่อย ๆ เริ่มนับ จาก 1...2...3...ไปเรื่อย ๆ  ถึงช้าหน่อย
แต่ จะไม่มั่นคงกว่าหรอกหรือ

บ้างคน เค้าไม่ได้ แม้กระทั้งจะเริ่มนับ  1 เลย ก็มี

เค้าเริ่ม นับ จาก 0 เค้าลำบากกว่า เริ่มนับ  1 มาก
แต่เค้าก็พร้อมจะเริ่มนับ อยู่เสมอ
 
 ชีวิตของเราจะเดินต่อไปได้อย่างไร
ถ้าเราไม่รู้จัก การเริ่มต้น จาก การนับ  1
 
 
เปรียบเหมือนกับชีวิตครับ

เมื่อชีวิตของเรา ถึงจุดที่ว่า  ดีที่สุด เก่งที่สุด รวยที่สุด
มีชื่อเสียงที่สุด  ดังที่สุด ประสบความสำเร็จที่สุด 

แต่ ความเป็นที่สุดเหล่านั้นก็ต้องมีบางครั้ง
ที่มันลดลงถึงจุดต่ำสุด หรือ ล้มครืนลงได้มาเหมือนกัน

 ชีวิตล้มได้ ท้อได้ เหนื่อยได้  ล้าได้  หมดกำลังใจได้ 
แต่ เราเริ่มนับ 1 ใหม่ ได้ เสมอครับ

แล้วเราจะเริ่มนับ  1 กันใหม่  ได้อีกสักครั้งกันได้ หรือ ยัง

มาเริ่มต้นนับ 1 กันเถอะครับ



 
 
 
 
 
 
ป.ล.1 เห็น 1 Pageview มาตั้งแต่ วันที่ 1 แล้วครับ 
เลข Chart สวยดีครับ มีแต่ เลข 1 ขนาด เวลา  Chart updated ยังเป็น 11 นาที
ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ เลข 1 จริง ๆ ครับ 
(แต่อัพวันที่ 2 ซะงั้น )
 
 
ป.ล.2 ผมไม่ทราบว่าท่านไหนที่เข้ามาบล็อกผม แล้ว ทำให้เกิด  1 Pageview ขึ้น
อาจเป็นความบังเอิญ หรือโชคชะตา แต่การเข้ามาครั้งนี้ ทำให้ ชีวิตของผมได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งครับ
 
หมายเหตุ ผมเพิ่งจะทราบว่า  1 Pageview ทุกท่านส่วนใหญ่ในบล็อกก็เป็นกัน
เพราะระบบค้าง แต่ผมก็ดันเอามาคิดอะไรได้ซะงั้น                                           
 
ขอบคุณสำหรับ Comments ใน entry ที่แล้วนะครับ 

เจอกัน entry นะหน้าครับ

เจริญสุข กับ ชีวิตที่เริ่มต้นได้เสมอนะครับ พี่น้อง ชาว exteen

บอกกล่าว จขบ 

หมายเหตุ จขบ เปลี่ยน Theme  นิดหน่อย กด F5 ด้วยนะครับ

 

สวัสดีครับทุกครับทุกท่าน วันนี้ได้ฤกษ์ ได้ยามมาอัพบล็อกกันสักที

ไม่รู้เป็นไงช่วงนี้เห็นคนรอบข้าง กำลัง In Love กันอยู่หลายคู่

เดี๋ยวคู่นั้นเดี๋ยวคู่นี้  ก็เลยเกิดอาการคันเล็ก ๆ

โอยยยยยยย มีความสุขกันจริงจริ๊ง  ครับพี่น้องครับ

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามครับ ไม่ว่าใครที่มีความรักก็คงจะมีความสุขมองอะไรก็สวยงาม

แต่ความรักก็ไม่ได้มีอาการของความสุขอย่างเดียวหรอกนะ ยังมีอาการอีกมากที่เกิดขึ้น  

เวลาเราจะรักใครสักคนเรามีอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาเราไม่ค่อยจะรู้ตัวกันหรอก จริงป่ะ

วันนี้ จขบ ก็เลยอยากนำเสนออาการต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อ   คนเริ่มมีความรัก

มาดูอีกมุมของอาการ คนเริ่มมีความรัก กันครับ

...................................................................................................................... 

 

 

ว่าแล้วก็ไปชมกันไปเลยดีกว่า    จัดไปครับ 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

 

 

Photobucket

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ อาการดังกล่าว ที่ว่ามา ใคร ๆ ก็เคยเป็นกันเนอะไม่เห็นแปลก
แต่ตอนที่เป็นน่ะ จะไม่ค่อยรู้ตัวเองกันหรอกครับ  จริงป่ะ 

เพราะมัว คิดถึงแต่ หนัง หน้า ของ เธอออออออออออออออออออออ

 

ความรัก ก็เหมือน การกินข้าว ครับ

ทางกินไม่อิ่ม ก็ต้องกินกันไปเรื่อย ๆ จนอิ่ม

พออิ่มแล้ว ก็จะอืด อืด แล้วก็จะอ้วน อ้วนแล้วก็จะ.... พอเหอะเริ่มรั่ว   

 

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาลองฟังเพลงนี้ดีกว่า

ภูมิใจนำเสนออยากให้ฟังเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกก

เพราะ  ถ้าท่านผู้อ่านได้ฟังเพลงนี้กันแล้ว อยากจะบอกว่ามี ฮาาาาาาาา





ได้เพลงเต็มมาแล้ว กว่าจะหาได้ 

เนื้อเพลง คนเริ่มมีความรัก  :  คัทลียา มารศรี

มันทรมาน ในหัวเอ๋ย.หัวใจ    เก็บกดเพียงไหน    ใครหนอใครจะมาแลเห็น
ความรักครั้งแรก    แอบแทรกซุกใจซ่อนเร้น    บอกยากหากใครไม่เป็น    เช่นเราเขาคงอยากลอง
มันทรมาน ในใจเอ๋ย.ใจเรา    เมื่อยามไกลเขา    ใจของเราทุกข์ทนหม่นหมอง
เพราะว่ารักใหม่    ที่เกิดจากใจใช่ลอง    ใครเล่าจะเหลียวแลมอง    แม้เสี้ยวหนึ่งของสี่ห้องหัวใจ.
คนเริ่ม.จะมีความรัก    เพิ่งประจักษ์    ว่ารักนั้นเป็นเช่นไร.
บางครั้งมีสุข    บางครั้งมีทุกข์ซุกซ่อนภายใน    มันร้อนรุ่มกลุ้มทนไม่ไหว  คงขาดใจตายๆอย่างแน่นอน
มันทรมาน ในหัวเอ๋ย.หัวใจ    จะอยู่แห่งไหน    ไกลแสนไกล ภาพเธอคอยหลอน
รักเขามากไป    หัวใจถึงได้อาวรณ์    ยามกินหรือยามจะนอน    ห่วงหาอาทรต้องนอนละเมอ

 

เป็นไงครับ ฟังแล้วเป็นไง โดนและฮา กันบ้างหรือไม่ 55555555+

 

ป.ล.1 entry นี้ ขอ อุทิศ แด่ คนที่ เริ่มมีความรักกันทุกคนครับพี่น้อง  

ป.ล.2 จขบ ลองวาดการ์ตูนดู ไม่รู้ว่าจะดีมั้ย อยากรู้ว่า จขบ จะพอวาดบ้างได้มั้ย 

ป.ล.3 เรื่องของขลังที่ว่าจะเอามาให้ดูไม่ดีกว่า เพราะจะหลอนกันเกินไป

ป.ล.4 คุณเพื่อน eVe และคุณพี่ freeda ครับ เคยมีอาการแบบนี้บ้างหรือไม่ ฮิ้ววววว

ป.ล.5 จขบ รัก ผู้อ่านทุกคนนะครับบบบบบบบบ    ฮิ้ววววววววววววววว

 

 

ไปดีกว่า เจอกัน entry หน้า เน้อออออออ

เจริญสุขแบบอาการ In Love นะครับ พี่น้องชาว exteen

 

คำเตือน entry นี้

ไม่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ

อาจมีเนื้อหาที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

โปรดใช่วิจารณญาณในการอ่าน

และไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องหลอน ๆ 

 

ก่อนเข้าเรื่อง พูดคุยกับ จขบ นิดนึง  

ตั้งแต่ เรา ๆ ท่าน ๆ เกิดกันมาจนอายุก็มากกันแล้ว -*-

ผมว่าต้องเคยมีท่านไหนเคยเจอเรื่องชวนขนหัวลุกมาบ้างแน่ ไม่มากก็น้อย

ตามแต่ประสบการณ์และอายุ ตามแต่ละเวลาสถานที่

และผมก็เป็นคนนึงที่ก็เคยเจอมาบ้างเหมือนกัน ยอมรับว่า

ประสบเรื่องชวนขนหัวลุกมา นับครั้งได้  

ถึงครั้งที่จะเล่าต่อไปนี้ถึงจะไม่ใช่แบบที่สุด ๆ ที่เคยเจอ

แต่ก็พอทำให้เกิดอาการหลอนขึ้นมาได้มากพอดูอยู่ T__T

 

เรื่องมีอยู่ว่า

 

เมื่อประมาณวันที่เท่าไรก็จำไม่ได้เแล้ว แต่จำได้ว่าอยู่ในช่วงของวันที่ 1-10 สิงหา

ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติสุขของตัวเอง คือ นอนดึก ตี 3 ตี 4 ถึงนอน

ทุกวันไป (ปกติตรงไหน)มีอยู่เช้าวันนึง ไม่เช้าซิ เกือบเที่ยง

ผมก็ตื่นมา และก็มาคุยกับคุณเพื่อนสนิท แบบประจำทุกวัน

ตามภาษาของคนว่างงงง  คุย ๆ กันไปโน้นนี้นั้น  สักพักคุณเพื่อนอีฟก็เลยทักมาว่า

เพื่อนอีฟ : "เออนี่แกวันนี้วันพระใหญ่นะ อย่าลืมสวดมนต์ก่อนนอนด้วยล่ะวันนี้ "

ผม : "อ่อจริงซิ ได้เดี๋ยวจะนอนจะสวดมนต์แล้วกัน "

จบการสนทนาเรื่องนี้ก็คุยเรื่องอื่น ๆ กันต่อไปแบบเมามันส์ตามภาษาของเพื่อนคุยกัน

 

พอตกดึก ผมก็เริ่มออกมาใช้ชีวิตมนุษย์กลางคืนเหมือนเดิม ก็คือ เข้า exteen
อ่านบล็อกของท่านโน้น ท่านนี้ไปเรื่อย ๆ ตามประสาของผม

เวลาก็ผ่าน ไป

 

ผ่าน ไป

 

ผ่านไป จน เที่ยงคืน

 

ตี 1  ตี 2  

 

และเวลาก็กำลังจะใกล้ ตี 3  

 

Photobucket

 

ผมก็กำลังมีความสุขในการอ่านบล็อกอยู่ดี ๆ

ทันใดนั้น เมื่อ เวลา ตี 3 ตรง

อยู่ดี ๆ ผมขนลุกขึ้นมาแบบกระทันหัน

ความรู้สึกที่กำลังดี ๆ อยู่นั้น รู้สึกแย่ขึ้นมาในดัดดล

บรรยากาศเริ่มวังเวง

ในตอนนั้นผม หัน มอง ซ้าย มอง ขวา

จากนั้นเลยคิดในใจ " เฮ้ยทำรู้สึกเสียวสันหลังอ่ะ

เหมือนมีคนเดินผ่านข้างหลัง เฮ้ย ขนลุกทำไม ขนลุก ทำไม๊ T__T    "

ในตอนนั้นคิดว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ ในใจตอนนั้กลัวสุด ๆ แบบว่า

อะไรเนี่ยยยยยยยยยยย อะไร๊ โอยยยยยยยยยยยย เกิดอะไรขึ้น กลัวววววว

ยอมรับว่าตอนนั้นความรู้สึกแย่มากๆจริง แบบว่า มันหดหู่มาก ๆ วังเวง สุด ๆ

 

Photobucket

 

ผมนั่งอยู่หน้าคอมไม่รู้ว่านานเท่าไรกว่าจะพาตัวเองออกจากเก้าอี้ได้

แต่อาการเสียวสันหลังและขนลุกยังมีอยู่

ผมคิดในใจ "สร้อยพระ" วางอยู่หลังตู้เย็นนี้ 

(จำได้ว่าอาบน้ำแล้วถอดวางไว้บนหลังตู้เย็น)

จากนั้นผมก็ปิดคอม แต่อาการเสียวสันหลัง ขนลุก ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

ผมลุกขึ้น

เพื่อจะหันหลังกลับเดินไปที่ตู้เย็น เพื่อไปหยิบพระมาใส่

แต่

พอเดินไปได้ 3 ก้าว ผมเดินต่อไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ บรรยากาศก็วังเวงได้อีกเท่าตัว

แต่ที่มากไปกว่านั้น อาการเสียวสันหลังและขนลุกที่แขนยังไม่พอ

คราวนี้ขนหัวผมลุกอีก แบบขนคอลุกเลย ครับ ผมรู้สึกได้เลยว่าลุก

จากนั้นอาการกลัวของผม เข้ามาแล้ว แบบว่ากลัวววววว มากกกกกกก

ในใจคิดว่าไม่ไหวแล้ว   T__T จะตะโกนเรียกแม่ให้ช่วย

แต่ผมจะตะโกนก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไม  ตอนนั้นใจเสียมาก สุด ๆ จริง ๆ

ผมก็เลยตั้ง นะโม 3 จบ  จำได้ว่าท่องไปหลายรอบมาก ไม่ใช่ รอบ เดียวแน่ ๆ

พอท่องจบ ผมก็ดีขึ้น (นิดนึง) ผมก็เลยเดินต่อไปได้ และหยิบพระมาใส่

 

Photobucket

 

พอใส่พระได้แล้ว ผมก็รีบขึ้นไปนอน แต่อยากบอกว่า บรรยากาศน่ะวังเวงได้อีก

ขนาดบ้านตัวเอง ไม่เคยคิดเลยว่าบ้านตัวเองจะน่ากลัวได้ขนาดนี้

 

 

พอขึ้นไปบนห้องนอน  สภาพก็จะเป็นแบบที่เห็น

 

 

 

Photobucket

 

แต่ถ้าอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้นผมว่าก็คงขำกันไม่ออกแน่ ๆ

ผมไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น 
แต่ผมเชื่อว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ
คืนนั้นกว่าจะนอนได้ สวดมนต์ไปหลายจบ

พอตื่นมาตอนเช้า ไม่เช้าซิ เกือบเที่ยง
ก็เลยว่านั่งคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อคืน 
นั่งคิดไปคิดมา เลยมาชุกคิดเรื่องที่คุณกับเพื่อนไว้ ว่า
 
"วันพระใหญ่น่ะ อย่าลืมสวดมนต์ก่อนนอนด้วยล่ะ"

เลยคิดต่อไปว่า วันพระใหญ่  จะมี...ออกมาขอส่วนบุญเยอะเป็นพิเศษด้วย

ตอนกลางคืน

ผมก็เลยคิดว่า ผมคงโดนของแล้วแน่ ๆ 

 

พอตอนเย็นแม่ผมกลับมาจากที่ทำงาน เลยเล่าให้ฟังแม่
แม่ก็ว่า ดีแล้วนะที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก บุญแค่ไหนแล้วที่ไม่จับ ไข้หัวโกร๋น

และแม่ผมยังว่า มีเรื่องนึงไม่เคยเล่าให้ผมฟังด้วย
ตอนที่ผมกับน้องสาวเด็ก ๆ มีคืนนึง ผมและน้อง ละเมอ
ออกมาเป็นเสียง คนแก่ 2 คน กำลังทะเลาะกัน
แม่ผมว่า ตอนนั้นแม่ห็หลอนนนตอนได้ยินเสียง ก็เลยคิดออกว่า ได้ไปบนเอาไว้
แต่คงยังให้ของไม่ครบ เค้าเลยมาบอกผ่าน

พอผมฟังแม่เล่าเสร็จ ก็ หลอนนน ได้อีกกกก ขนลุกเลยตอนแม่เล่าเรื่องนี้
 
ผมก็ถามว่าบ้านเราไม่เคยมีประวัติเรื่องแบบนี้หนิ แล้วทำไม เมื่อคืนลูกถึงเจอ
แม่ว่า สงสัยเค้ามาเตือนมั้งว่า จะนอนดึกไปไหน นอกดึกเพื่ออออออออ 
ขอบคุณครับคุณแม่ได้ใจลูกมากกกกกกกกกกกกกก

ผมก็ยังมาคิดอยู่ว่าหรืออาจจะเป็นแบบที่แม่ว่าก็ได้ อันนี้ก็ไม่รู้ได้
หรืออาจจะเป็นเพราะบ้านผมย้ายศาลพระภูมิไปไว้ที่วัดหรือเปล่า (พอดีกำลังทำบ้านใหม่ครับ)
เลยไม่มีเจ้าที่เจ้าทางคอยปกป้องดูแลแบบแต่ก่อน
เคยมีตาแถว ๆ ละแวก บ้านบอกว่า ที่บ้านนี้ เจ้าที่แรง ดีนะ
แต่ไม่ต้องกลัว เค้าปกป้องดูแลเราดีอยู่

ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ
ผมไม่รู้นะครับว่าจะมีใครเชื่อหรือไม่ หรือ
ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ลบหลู่ก็แล้วแต่ละท่านครับ 

แต่สำหรับผมเชื่อว่ามี  ครับ 
เวรกรรมก็เหมือนกัน
ทำอะไรไว้ก็ได้แบบนั้น 

ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ครับ

 

เรื่อง หลอน ๆ นี้สอนให้รู้ว่า

 

- ไม่ควรนอนดึกมาก ๆ ไม่งั้นจะเจอของดีได้

- ไม่ว่าจะวันไหนควรไหว้พระก่อนนอนทุกวัน

- แต่ถึงจะเจอเรื่องหลอน ๆ มา ผมก็ยังคง นอนดึกคือเก่า
ไม่สำนึก ไม่ละง้อย 

- ไม่เชื่อ อย่า ลบหลู่ แต่ผมเชื่อ เพราะเจอมากับตัว
ใครไม่เคยเจอไม่รู้หรอกครับ 

 

ป.ล.1 entry นี้ ยาวววว และ หลอนนนนน กัน ได้อีกกกกกก

ป.ล.2 entryหน้า จะเอาภาพเครื่องรางของขลังมาให้ชมกันครับ
ที่ทำให้ผมรอดมาได้จากเหตุการณ์หลอนนี้ ลืมไปมียันต์ ด้วย อิอิ

ป.ล.3 คุณเพื่อนอีฟ ครับ อัพ บ้างนะ บล็อกน่ะ ดองเข้าไป ดอง เพื่อออออออ

ป.ล.4 คุณพี่ freeda ครับ อยากลองเล่าเรื่อง หลอน ของตัวเองบ้างมั้ยครับ

ป.ล.5 ท่านไหน มี เรื่อง ชวนขนหัวลุก ก็ลองเอาไปอัพในบล็อกตัวเอง
บอกกล่าวกันบ้างนะครับ 

ป.ล.6 ย้ำอีกครับ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช่วิจารณญาณในการอ่าน


เจอกัน entry หน้าครับ

หลอนนนนนนนนน  ได้อีกกกกกกกกกก

เจริญสุขแบบหลอน ๆ นะครับพี่น้องชาว exteen